เกณฑ์การรับสมัคร

เกณฑ์การรับสมัครของมหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2563

หน้าหลัก เกณฑ์การรับสมัคร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ โครงการทุนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบ 1)

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบ 2)

ชื่อส่วนงาน: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร.: 02-201-2010
หลักสูตร: พยาบาลศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชา: พยาบาลศาสตร์
โครงการทุนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก รับนักเรียนที่สำเร็จศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร และราชบุรี ภายหลังจบการศึกษาต้องทำงานที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล
จำนวนที่เปิดรับ: 10 คน
เกณฑ์:
1. วุฒิการศึกษา : ม.6 อื่น ๆ กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 6 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 2.75 หากกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) 5 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 2.75
2. แผนการศึกษา : วิทย์-คณิต อื่น ๆ : กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และ/ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติมของกลุ่มสาระการเรียนรู้รวมกัน ดังนี้ (จํานวนหน่วยกิตนับถึงวันที่สําเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย)
1) วิทยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต
2) คณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต
3) ภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต
หมายเหตุ
1) สําหรับนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศจะต้องนําหลักสูตรและ/หรือสําเนาใบเทียบวุฒิการศึกษาจากโรงเรียน และ/หรือสํานักวิชาการ สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แนบเป็นเอกสารประกอบการสมัครด้วย
2) สำหรับนักเรียนสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบผ่านเกณฑ์คุณสมบัติการรับบุคคลเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลและ ทปอ.
3. เกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนสอบวิชาสามัญ ต้องมีเกณฑ์คะแนนผ่านขั้นต่ำ ดังนี้
เคมี
ฟิสิกส์
ชีววิทยา
คณิต 1
อังกฤษ ≥30
ไทย
สังคม
เกณฑ์รวม รวม 7 วิชา ≥30
4. ค่าตรวจร่างกาย ประมาณ 1,600 บาท ต้องตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลรามาธิบดีเท่านั้น
5. คุณสมบัติเฉพาะ
5.1 มีสัญชาติไทยและคุณสมบัติครบถ้วน ที่สามารถทำสัญญากับมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าปฏิบัติชดใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษาได้ ทั้งนี้หากไม่อยู่ในเกณฑ์ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์
5.2 น้ำหนักไม่ควรน้อยกว่า 40 กิโลกรัม และไม่ควรมากกว่า 70 กิโลกรัม ความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ทั้งนี้หากไม่อยู่ในเกณฑ์ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์
5.3 ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรคหรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ดังต่อไปนี้
1) มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายตอตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (Psychotic Disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) โรคประสาทรุนแรง (Severe Neurotic Disorders) โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) โดยเฉพาะ Antisocial Personality Disorders หรือ Borderline Personality Disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล
2) เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล
3) เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล
4) มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล
5) มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
2. ระดับการมองเห็นในตาข้างดี แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40
6) มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500-2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคําพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss)
7) โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ทั้งนี้ อาจมีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณีตรวจเพิ่มเติมได้
8) มีบุคลิกภาพหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
     รายละเอียดของโรคหรืออาการผิดปกติ ตลอดจนระดับความรุนแรงและการดําเนินโรค/อาการอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือเป็นอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และวิธีการตรวจวินิจฉัย และเกณฑ์ในการพิจารณาจะกําหนดโดยผู้เชี่ยวชาญขององค์กรวิชาชีพ
     คุณสมบัติอื่น ๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ที่มิได้ระบุไว้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบคัดเลือกของแต่ละหลักสูตร การคัดเลือกของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
     หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติตามข้อ 5.1 – 5.3 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล ผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้และการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดลแล้วก็ตาม
6. เอกสารที่ต้อง Upload ในระบบสมัคร Online และนำมาแสดงในวันสอบสัมภาษณ์
6.1 รูปถ่ายดิจิทัลของผู้สมัคร เป็นรูปเดี่ยว หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ สวมชุดนักเรียนสุภาพ พื้นหลังสีขาวหรือสีฟ้า ขนาด 1.5x2 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และไม่ถูกปรับแต่งทางดิจิทัล มีขนาดของใบหน้าประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่รูป เป็นไฟล์นามสกุล .pdf หรือ .jpg ขนาดความกว้าง 180-500 พิกเซล และความสูง 200-600 พิกเซล ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 240 KB
6.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้าที่มีรูปของบัตร (ใช้เฉพาะด้านหน้า) บนกระดาษขนาด A4 ผู้สมัครลงลายมือชื่อ-ชื่อสกุลรับรองสำเนาถูกต้อง แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล .pdf หรือ .jpg ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 2 MB
* ในกรณีที่ชื่อ หรือชื่อสกุลของผู้สมัคร ตามบัตรประชาชนไม่ตรงกับสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)ให้ถ่ายเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลบนกระดาษ A4 แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล .jpg ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 2 MB โดยสแกนเป็นไฟล์เดียวกันกับบัตรประจำตัวประชาชน
6.3 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครบนกระดาษขนาด A4 ผู้สมัครลงลายมือชื่อ-ชื่อสกุลรับรองสำเนาถูกต้อง แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล .pdf หรือ .jpg ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 2 MB
6.4 สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่โรงเรียนออกให้พร้อมมีตราประทับของโรงเรียน บนกระดาษ A4 แล้วสแกนเป็นไฟล์นามสกุล .pdf หรือ .jpg (กรณีมี 2 หน้า ให้สแกนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) ขนาดภาพเท่ากับ A4 ขนาดของไฟล์ไม่เกิน 2 MB
* กรณีได้ผลการเรียนไม่ครบ 6 ภาคให้ใช้ 5 ภาค
7. การประกาศผลการคัดเลือก: ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกโดยพิจารณาจาก
1) สอบสัมภาษณ์: ผ่านเกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่า 70%
2) ตรวจร่างกาย: ผ่าน
หมายเหตุ ผลการตรวจร่างกายมีอายุ 6 เดือน
8. อาชีพที่สามารถประกอบได้ :
หลังจบการศึกษา เป็นพยาบาลวิชาชีพในสถานบริการสุขภาพทุกระดับ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ) และในสถาบันการศึกษา พยาบาล พยาบาลประจําโรงเรียน/ สถานประกอบการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการสุขภาพ อาจารย์ พยาบาล นักวิชาการ นักวิจัย ประกอบอาชีพอิสระด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้สามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบ 3)

** การสมัครรอบ 3 กับ ทปอ. หาคณะ / สาขาไม่เจอ ให้ค้น 1. ชื่อสาขา ตามด้วยชื่อมหาวิทยาลัย หรือ 2. ชื่อคณะ ตามด้วยชื่อมหาวิทยาลัย

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบ 4)

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบ 5)

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (TCAS รอบรับตรง)