#
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา (รอบ 3)

** การสมัครรอบ 3 กับ ทปอ. หาคณะ / สาขาไม่เจอ ให้ค้น 1. ชื่อสาขา ตามด้วยชื่อมหาวิทยาลัย หรือ 2. ชื่อคณะ ตามด้วยชื่อมหาวิทยาลัย


ชื่อส่วนงาน :

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร. 02-201-2130

หลักสูตร :

พยาบาลศาสตรบัณฑิต

รหัสสาขาวิชา :

00602020101

จำนวนที่เปิดรับ :

243 คน

1. วุฒิการศึกษา : ม.6

2. วิทย์-คณิต หรือ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติมของกลุ่มสาระการเรียนรู้ดังนี้

    2.1 วิทยาศาสตร์ ≥ 22 หน่วยกิต

    2.2 คณิตศาสตร์ ≥ 12 หน่วยกิต

    2.3 ภาษาต่างประเทศ ≥ 9 หน่วยกิต

    (จํานวนหน่วยกิตนับถึงวันที่สําเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย)

    หมายเหตุ สําหรับนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศจะต้องนําหลักสูตรและ/หรือสําเนาใบเทียบวุฒิการศึกษาจากโรงเรียน และ/หรือสํานักวิชาการ สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แนบเป็นเอกสารประกอบการสมัครด้วย

    สำหรับนักเรียนสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบผ่านเกณฑ์คุณสมบัติการรับบุคคลเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลและทปอ.

3. เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) : 2.75

4. เกณฑ์ขั้นต่ำคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้ (GPA) : ไม่กำหนด

5. เกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนสอบวิชาสามัญ : คะแนนแต่ละวิชา และคะแนนรวม ไม่ต่ำกว่า (%)

คณิต 1

ฟิสิกส์

เคมี

ชีววิทยา

อังกฤษ

ไทย

สังคม

คะแนนรวม

≥20%

≥20%

≥20%

≥20%

≥25%

≥20%

≥20%

7 วิชา ≥30%

6. สอบสัมภาษณ์ : การสอบสัมภาษณ์ คะแนนรวมต้องไม่น้อยกว่า 70%

7. สอบวิชาเฉพาะฯ : การทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ คะแนนมาตรฐาน T เฉลี่ย ที่นำมาพิจารณาต้องไม่น้อยกว่า 45

8. ค่าทดสอบวิชาเฉพาะของส่วนงาน : 70 บาท ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

9. ค่าตรวจร่างกาย : ประมาณ 1,600 บาท ต้องตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลรามาธิบดีเท่านั้น

10. คุณสมบัติเฉพาะ

    10.1 รับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนทั่วประเทศ

    10.2 มีสัญชาติไทยและคุณสมบัติครบถ้วน ที่สามารถทำสัญญากับมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าปฏิบัติชดใช้ทุนหลังสำเร็จการศึกษาได้

    10.3 น้ำหนักไม่ควรน้อยกว่า 40 กิโลกรัม และไม่ควรมากกว่า 70 กิโลกรัม ความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ทั้งนี้หากไม่อยู่ในเกณฑ์ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์

    10.4 ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจากโรค อาการของโรคหรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ดังต่อไปนี้

      1. มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายตอตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (Psychotic Disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) โรคประสาทรุนแรง (Severe Neurotic Disorders) โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorders) โดยเฉพาะ Antisocial Personality Disorders หรือ Borderline Personality Disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล

      2. เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล

      3. เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล

      4. มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล

      5. มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

        5.1 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว

        5.2 ระดับการมองเห็นในตาข้างดี แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40

      6. มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500-2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคําพูด (Speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss)

      7. โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจรางกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ทั้งนี้ อาจมีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณีตรวจเพิ่มเติมได้

      รายละเอียดของโรคหรืออาการผิดปกติ ตลอดจนระดับความรุนแรงและการดําเนินโรค/อาการอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือเป็นอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และวิธีการตรวจวินิจฉัย และเกณฑ์ในการพิจารณาจะกําหนดโดยผู้เชี่ยวชาญขององค์กรวิชาชีพ ซึ่งผู้สมัครสามารถขอรับข้อมูลได้จากสอท.

      หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติตามข้อ 10.1 – 10.4 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล ผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้และการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลแม้ว่าจะได้รับการส่งชื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดลแล้วก็ตาม

      คุณสมบัติอื่นๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพการพยาบาล ที่มิได้ระบุไว้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบคัดเลือกของแต่ละหลักสูตร การคัดเลือกของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

11. ผู้มีสิทธิ์สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามที่ สอท. กําหนดในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีและมีคุณสมบัติทั่วไปที่มหาวิทยาลัยมหิดลกําหนดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

    11.1 มีสัญชาติไทย หรือเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย และมีบัตรประจําตัวประชาชนไทย

    11.2 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

    11.3 ไม่เป็นผู้ที่ยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาตามระบบ TCAS หรือโครงการอื่นๆของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ได้คัดเลือกสําหรับปีการศึกษา 2562 ไว้แล้ว เว้นแต่จะสละสิทธิ์ในการเข้าศึกษาดังกล่าวเสียก่อน

    11.4 ไม่เป็นผู้กระทําหรือร่วมกระทําทุจริตในการสอบในโรงเรียนหรือการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาในระดับต่าง ๆ

    11.5 ไม่เป็นผู้ถูกให้ออกจากสถาบันการศึกษาใดๆ มาแล้ว เพราะความประพฤติไม่เหมาะสม หรือกระทําความผิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ทางด้านวิชาการ

    11.6 ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อร้ายแรง โรคที่สังคมรังเกียจ หรือโรคสําคัญที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

    11.7 เป็นผู้มีผู้รับรองว่าจะอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาได้จนจบหลักสูตร

    11.8 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และรับรองต่อมหาวิทยาลัยมหิดลได้ว่าจะตั้งใจ เล่าเรียนอย่างเต็มความสามารถ และจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีอยู่แล้ว และ/หรือที่จะมีต่อไปโดยเคร่งครัดทุกประการ

การประกาศผลการคัดเลือก

    มหาวิทยาลัยจะประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกโดยพิจารณาจาก

    1. ต้องผ่านเกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่า 70%

    2. ต้องผ่านเกณฑ์การสอบความถนัดทางวิชาชีพคะแนนมาตรฐาน T เฉลี่ย ต้องไม่น้อยกว่า 45

    3. นำคะแนนผู้ผ่านเกณฑ์ในข้อ 1 และ 2 มาเรียงตามลำดับ โดยคิดจากคะแนนรวมข้อเขียน (น้ำหนัก 70%) และความถนัดทางวิชาชีพ (น้ำหนัก 30%)

หมายเหตุ ผลการตรวจร่างกายมีอายุ 6 เดือน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร. 02-201-2130


แนะนำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี@มหิดล ตอน 1

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี@มหิดล ตอน 2